Pre Next
 
The การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม "นักลงทุน"
 
 

คอลัมน์ จับช่องลงทุน โดย พีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ผอ.อาวุโส สายงาน Wealth Management บล. เอเชีย เวลท์ จำกัด

 

ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาผมสังเกตว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในแวดวงการลงทุน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการเงินในอนาคต พฤติกรรมและเหตุการณ์ที่ผมอยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง ได้แก่

1.Shift from Conventional Product to Selective Product : นักลงทุนเริ่มมองผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ในตลาดมากขึ้นโดยไม่ยึดติดกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบเดิม ทั้งนี้ นักลงทุนในปัจจุบันมีความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินเชิงลึกมากขึ้น และเริ่มมองหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ (Selective Product)

2.Open Architecture คือ Basic Need : ก่อนหน้านี้นักลงทุนที่ลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินอาจจะเคยชินกับการดูแลจากสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่ในปัจจุบัน Model ธุรกิจการลงทุนเปลี่ยนเป็น Open Archi-tecture คือ ตัว Business Unit ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของการขายหลาย ๆ แห่งโดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองเป็นบริษัทลูกอยู่ เช่น บลจ. A เป็นบริษัทลูกของธนาคาร A ซึ่งโดยปกติธนาคาร A จะให้พนักงานขายแต่ผลิตภัณฑ์จาก บลจ. A แต่พอเป็น Model Open Architecture ทางธนาคาร A ไม่จำเป็นต้องขายกองทุนของ บลจ. A เพียงอย่างเดียว แต่สามารถทำตัวเป็น Agent ขายของ บลจ. B และ C ได้ด้วย ซึ่งสร้างทางเลือกให้กับนักลงทุนมากขึ้น

เรียกได้ว่าสถาบันการเงินไหนต้องการสร้างธุรกิจ Wealth Management การทำ Open Architecture ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่จะต้องให้บริการกับลูกค้า

3. Be more Focus : บลจ.จะต้องหาตำแหน่งที่เหมาะกับตัวเองให้เจอ (Market Positioning) และเป็นตำแหน่งที่โดดเด่นเหนือคนอื่น ๆ (Niche Market) เพราะนักลงทุนเองพร้อมที่จะเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของแต่ละที่ตลอดเวลา ถ้าแต่ละ บลจ.ยังคงสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่แตกต่าง (Mass Product) ในที่สุด บลจ.นั้นก็จะไม่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองได้ (Brand Identity)

4.ความสำคัญของพนักงานขายผลิตภัณฑ์เริ่มน้อยลง : ปัจจุบันนักลงทุนเริ่มเข้าถึง Financial Content ได้ง่ายมากขึ้นทำให้นักลงทุนเริ่มเรียนรู้เรื่องการลงทุนด้วยตัวเอง ส่งผลให้ความสำคัญของพนักงานขายเริ่มลดน้อยลง พนักงานขายเหล่านั้นเริ่มปรับตัวโดยให้ความรู้เชิงลึกกับนักลงทุนมากขึ้นและเปลี่ยนตัวเองเป็นที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลแทน

5.ธุรกรรมผ่านสาขาจะกลายเป็นอดีต: เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะบอกว่าในสมัยก่อนธนาคารพาณิชย์ใหญ่ ๆ มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน เพราะในอดีตมีแต่สถาบันการเงินใหญ่ ๆ เท่านั้นที่ให้บริการด้านการลงทุนอย่างครบวงจร โดยให้บริการผ่านสาขาของตัวเอง แต่ในปัจจุบัน Service Provider อื่น ๆ พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทนในลักษณะเฉพาะทาง เช่น บริษัทหลักทรัพย์ ที่ปรับตัวเองเป็น Wealth Management Providerสามารถให้บริการด้านการลงทุนอย่างครบวงจร และเจาะลึก แม้ว่าจะไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ก็ตาม หรือแม้แต่หน่วยขายประกันก็พร้อมจะให้บริการ Wealth Management ด้วยเช่นกัน

โจทย์ใหญ่ก็จะมาอยู่ที่นักลงทุนว่า นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับช่องทางการบริหารผ่านสาขาแบบในอดีตหรือไม่ เพราะสถาบันการเงินที่ให้บริการเฉพาะทางโดยส่วนใหญ่จะไม่มีสาขามากเท่ากับธนาคารพาณิชย์ ดังนั้น การติดต่ออาจจะต้องปรับไปใช้ช่องทางอื่น ๆ แทนซึ่งอาจจะไม่เคยชิน แต่สิ่งที่ได้รับทดแทนก็คือ Value Added ต่าง ๆ ที่ Service Provider แต่ละแห่งพยายามจะหยิบยื่นให้เพื่อทดแทนกับความเคยชินเดิม ๆ ที่จะหายไป

6.โปรดระวัง Uber Moment : คำว่า Uber Moment ผมแค่ยืมคำพูดของ AntonyJenkins อดีตผู้บริหารของ Barclays มาเฉย ๆ นะครับ แต่สิ่งที่ผมกำลังจะสื่อหมายถึง ธุรกิจการเงินกำลังจะโดนสิ่งที่คล้าย ๆ กับสิ่งที่ธุรกิจรถบริการได้เจอซึ่งก็คือ การกำเนิดของเหล่า FinTech ต่าง ๆ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะธุรกิจ FinTech เหล่านี้พร้อมที่จะเข้ามาให้บริการแบบเฉพาะทางและมีโอกาสที่จะแย่งธุรกิจไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหุ้น กองทุนรวม ประกัน Financial Payment รวมไปถึง Financial Content ด้วย

แต่อย่างไรก็ตามเหล่าธนาคารพาณิชย์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพราะผมสังเกตว่ามีธนาคารพาณิชย์หลาย ๆแห่งลงมาเล่นกับตลาดนี้อย่างชัดเจนมากครับ นักลงทุนน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการเงินที่ถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอนครับ

ทั้ง 6 ข้อที่ผมได้กล่าวมาเป็นเพียงแค่การตั้งข้อสังเกตของพฤติกรรมนักลงทุนต่าง ๆ และสภาพแวดล้อมของแวดวงธุรกิจการลงทุนที่กำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่างก็เป็นสิ่งที่ดีกับนักลงทุนด้วยกันทั้งสิ้น ถ้าจะบอกว่าตัวเร่งหลักที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาจาก Internet of Things ที่กำลังเป็น Trend ใหญ่ของโลกนี้ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะทำให้พฤติกรรมของนักลงทุนเปลี่ยนไป และส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของการปรับตัวเองให้เข้ากับ Trend ของธุรกิจและปรับตัวเองให้เข้ากับพฤติกรรมและทัศนคติการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของนักลงทุนในอนาคตด้วย  

ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2559  

แหล่งที่ ประชาชาติธุรกิจ หรือ http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1465182125#

 

 

 

 

 

 


 
ข่าวและกิจกรรมอื่นๆ
 
ห้างสรรพสินค้ามะกันเร่งปรับตัว ปิดร้านค้าผันเงินทุนเสริมทัพออนไลน์-บริการลูกค้า
ห้างสรรพสินค้ามะกันเร่งปรับตัว ปิดร้านค้าผันเงินทุนเสริมทัพออนไลน์-บริการลูกค้า
การประกาศปิดร้านค้า 100 แห่งของเชนร้านค้าปลีก เมซีส์ แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ไม่สดใสนักของอนาคตห้างสรรพสินค้าในสหรัฐอเมริกา
 
 
 
งานแสดงสินค้า Life + Style (BIG+BIH OCT. 2017)
งานแสดงสินค้า Life + Style (BIG+BIH OCT. 2017)
ขอเชิญผู้ประกอบการสินค้าไลฟ์สไตล์ นักลงทุน และ ผู้ซื้อจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ร่วมงาน Life + Style