Pre Next
 
ส่องอาณาจักร "เเจ็ค หม่า" กับ 7 ธุรกิจในเครือ "อลีบาบา" ที่น่าจับตามอง
 
 

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ “หาวห่าว Marketing การตลาดจีนยุคใหม่ที่คุณต้องร้องโอ้โห”  เจาะโลกออฟไลน์-ออนไลน์ วิธีขายแบบเมดอินไชน่าที่ใครๆต้องทึ่ง โดย วนมน ดำรงศิลป์สกุล  สำนักพิมพ์มติชน 


แม้แต่ในเว็บไซต์ www.alibabagroup.com ทีมงานอลีบาบาก็ได้แต่บอกเล่าเพียงธุรกิจหลักของบริษัทที่เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรูปแบบต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วอาณาจักรอลีบาบากว้างใหญ่กว่านี้ยิ่งนัก

เพราะที่ผ่านมาบริษัทมีการก่อตั้ง เข้าชื่อ และควบรวมกิจการของบริษัทอื่นมากมาย ทำให้สถานะของเครืออลีบาบา กรุ๊ป ไม่ได้หยุดที่เป็นผู้ช่วยในการซื้อขายสินค้าของคนทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังมีบริการอื่น ๆ ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนจีนรุ่นใหม่ในทุก ๆ มิติ เรามาดูกันว่าความลับของอาณาจักรอลีบาบาที่ไม่ยอมบอกกับชาวโลกว่าที่มีอะไรดีๆ เด็ดๆ อีกมากมายนั้นมันคือธุรกิจอะไร?


1.ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง "อลีหยุน (Aliyun)"


"อลีหยุน" ถือเป็นชื่อที่ตรงตัวที่สุดที่จะอธิบายว่าธุรกิจนี้ทำอะไร เพราะ "อลี" ก็ถือเป็นชื่อย่อหลักของอลีบาบา ส่วน "หยุน" แปลว่า "ก้อนเมฆ" ดังนั้น อลีหยุน (Aliyun.com) คือ บริษัทที่ทำระบบคาวด์คอมพิวติ้วนั่นเอง ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ทั่วโลก (ซึ่งก็คล้ายกับ Amazon Cloud Services) ที่คนวงการไอทีไทยใช้กันประจำ การประมูลผลข้อมูลขนาดมหึมา (Big Data) ตอนวันช้อปปิ้งแห่งชาติ 11/11 และ 12/12 ก็มีระบบนี้อยู่เบื้องหลัง โดยนอกเหนือจากทำเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งให้กับภาครัฐบาล การเงิน การศึกษาของประเทศแล้ว ยังได้สร้างระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่นามว่า Yun OS เพื่อใช้กับทั้งมือถือและสมาร์ททีวีอีกด้วย


2.ระบบขนส่งพัสดุ "ไช่เหนี่ยว (Cainiao)"

คนในวงการอีคอมเมิร์ซรู้ดีว่า "กระดูกสันหลัง" ของธุรกิจนี้อยู่ที่ "การส่งของ" ถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยและไวที่สุด น่าแปลกที่เว็บขายของใหญ่ที่สุดในจีนอยู่ในมืออลีบาบา แต่กลับไม่มีบริษัทขนส่งของตัวเอง เพราะหม่าหยุนคิดว่าธุรกิจนี้มีเจ้าของเป็นบริษัทขนส่งที่เป็นพันธมิตรอยู่แล้ว จะมาทำธุรกิจแข่งกับคู่ค้าทำไม ทั้งยังเป็นธุรกิจที่ไม่ถนัด และเหนื่อยเปล่า ๆ จะมาทำธุรกิจแข่งกับคู่ค้าทำไม ทั้งยังเป็นธุรกิจที่ไม่ถนัด และเหนื่อยเปล่า ๆ
    
จนในที่สุดปีที่แล้วอลีบาบาประกาศร่วมมือกับ 5 พันธมิตรบริษัทขนส่งสินค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ เพื่อสร้างระบบขนส่งพัสดุที่ใช้ข้อมูลมหาศาล (Big Data) มาประมวลผลและทำให้การขนส่งของแต่ละบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเรียกชื่อโปรเจ็กต์นี้อย่างถ่อมตัวว่า "ไช่เหนี่ยวย (***) ที่แปลว่า "มือใหม่ !" หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ China′s smart logisticsbackbone network (CSN) เมื่อมีระบบนี้ เมืองใหญ่ ๆ อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน สามารถรับสินค้าภายใน 3 ชั่วโมงได้แล้ว โดยเป้าหมายสูงสุดคือหวังให้สามารถส่งพัสดุ 30,000 ล้านชิ้น/วัน ถึงมือผู้รับภายใน 24 ชั่วโมง


3.เว็บดูวิดีโอ "โยวคู่-ถูโต้ว (Youku-Tudou)"

เดิมที โยวคู่ และ ถูกโต้ว เป็น 2 เว็บวิดีโอที่เกิดมาพร้อม ๆ กับยูทูบ และในที่สุดก็โดนบริษัทใหญ่อย่างกูเกิลซื้อไป ตำนานของเว็บวิดีโอจีน 2 ค่ายนี้ก็คล้ายกัน เริ่มจากการเป็นคู่แข่ง แล้วก็แปรผันมาเป็นพันธมิตร และในที่สุดก็โดนพี่ใหญ่อย่างอลีบาบาซื้อไป โดยที่ทั้ง 2 เว็บยังเปิดทำงานแยกกันอยู่ ได้แก่ Tudou.com และ Youku.com

จุดเด่นของเว็บวีดีโอทั้ง 2 เว็บนี้คือ การดูและโหลดหนังได้ทั้งเรื่อง (หลายเรื่องฟรี) รวมถึงซื้อลิขสิทธิ์ละคนดังของประเทศเพื่อนบ้านมาสตรีมผ่านเน็ตให้ดูฟรี ทั้งยังตั้งใจสร้างเนื้อหาแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเว็บตัวเอง ปั้นนักข่าวและทีมงานผลิตสื่อใหม่ของตัวเองด้วย

และวิธีการหาเงินของเว็บวิดีโอจีนนี้ก็ต่างกับยูทูบมากมายเพราะไม่ได้หยุดแค่ค่าโฆษณาแต่เป้าหมายคือทำให้เกิดรายได้โดยตรงจากเนื้อหาในวิดีโอที่ออกฉายได้หลายจอไม่ว่าจะเป็นจอทีวี แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ซึ่งล่าสุดได้ทำฟีเจอร์การเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ดาราในจอใส่ได้ทันที


4.บริการฟังเพลงออนไลน์ "เซียหมี่ (Xiami)"

เมื่อมีบริการดูหนังแล้ว การให้บริการฟังเพลงออนไลน์ก็ต้องมาควบคู่กัน ทางอลีบาบาได้เข้าซื้อบริษัททำระบบเพลงออนไลน์ในเว็บไซต์และอุปกรณ์เคลื่อนที่นามว่า "เซียหมี่" ที่แปลว่า กุ้ง (Xiami.com) ได้สักพักใหญ่ ๆ ผู้เขียนเองใช้บริการนี้มากว่า 3 ปี พบว่าคลังเพลงมหาศาลมีให้เลือกไม่จำกัด ทั้งเพลงจีน เพลงสากล ตั้งแต่ โมสาร์ท, แน็ต คิงโคล ยันศิลปินหน้าใหม่อย่าง จัสติน บีเบอร์ หรือ อเดล ก็มีหมด (เพลงไทยยังมี) โดยจุดเด่นของที่นี่คือ ผสานความเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กลงไปด้วย ด้วยวิธีการให้ผู้ใช้บริการสร้างสถานีและรายการเพลงแบบไร้เสียงพูดของดีเจฯได้ วิธีนี้ทำให้มีสถานีเพลงแปลก ๆ แต่ถูกใจผู้ฟัง เช่น เพลงตอนกวาดบ้าน เพลงตอนออกกำลังกาย เพลงต้อนรับอรุณ

ปกติเพลงส่วนใหญ่ฟังฟรีเต็มเพลงได้ด้วยคุณภาพเสียงธรรมดาและคมชัดสูง (HD) ปะปนกันไป แต่หากต้องการดาวน์โหลดต้องเสียเงินเริ่มต้นเพลงละ 10 บาท (2 หยวน)

5.ค่ายหนังอลีบาบา (Alibaba Pictures Group)

ความชื่นชอบในธุรกิจบันเทิงมีอยู่ในความคลั่งไคล้นิยายกำลังภายในของหม่าหยุน จึงไม่แปลกที่เขาจะคิดก่อตั้งค่ายหนังของตัวเอง ประกอบกับกฎเหล็กของรัฐบาลจีนที่ว่าจำกัดการนำเข้าวัฒนธรรมต่างชาติ จึงทำให้แต่ละปีมีหนังต่างประเทศเข้ามาฉายในจีนอย่างเป็นทางการได้ไม่เกินปีละ 34 เรื่อง ดังนั้นหนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวยูดที่ได้เลือกเข้ามานั้นต้องโกยเงินรายได้มหาศาลแน่นอน ฉะนั้นการเปิดค่ายหนังของตัวเองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของนักลงทุนในโปรดักชั่นเฮาส์ของหนังฟอร์มยักษ์ ย่อมนำมาซึ่งโอกาสที่จะหารายได้ต่อเนื่อง เช่น ใช้หนังโปรโมตธุรกิจออนไลน์ และใช้เว็บขายของขายทุกอย่างเกี่ยวกับหนังตั้งแต่ตั๋วไปจนถึงของพรีเมียม
    
โดยภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องแรกที่มีค่ายหนังอลีบาบาเป็นนายทุนและขึ้นไตเติลรูปเด็กถุกตะเกียงและมียักษ์ปรากฏตัวก็คือมิสชั่นอิมพอสซิเบิลภาค 5 (M15) นั่นเอง


6.บราวเซอร์อุปกรณ์เคลื่อนที่ "ยูซีเว็บ (UC Web)"
    
โปรแกรมเปิดเว็บหรือบราวเซอร์ถือเป็น "หน้าต่าง" สำคัญในการท่องโลกอินเทอร์เน็ต คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับบราวเซอร์กูเกิล โครม, ไฟร์ฟ็อกซ์, หรือ ซาฟารีในไอโฟน แต่ที่จีนเจ้าตลาดของธุรกิจบราวเซอร์มีนามว่า "ยูซีเว็บ" Ucweb.com ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทในเครืออลีบาบาที่ขยายตัวและขยายงานเป็นอย่างมาก โดยไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ไหน ๆ ระบบปฏิบัติการใด ๆ ราคาเท่าใด ก็สามารถที่จะท่องเว็บด้วยบราวเซอร์ยูซีเว็บทั้งสิ้น ปัจจุบันมีการแปลภาษีไปถึง 9 ภาษาเพื่อเข้าถึงผู้ใช้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย อาทิ ประเทศแถบอาหรับ อินเดีย รัสเซีย ฯลฯ
    

การเข้ามาลุยธุรกิจบราวเซอร์ ทำให้อลีบาบาลสามารถจับลมหายใจของโลกโมบายอินเทอร์เน็ตได้จากสถิติการเปิดเว็บต่าง ๆ บนมือถือผ่านบราวเซอร์นี้ ทั้งยังสามารถส่งโฆษณาถึงกลุ่มเป้าหมายในประเทศต่าง ๆ ได้ถึงหน้าจออีกด้วย !

    
7.ระบบจองคิว++ซื้อยาออนไลน์ "อลีเฮลท์ (Alihealth)"
    

หลักการทำธุรกิจและลงทุนของเศรษฐีคือลงในธุรกิจพื้นฐานที่จำเป็นต่อทุกคน ซึ่งเมื่อพูดเรื่องนี้ใคร ๆ ก็ต้องคิดถึง "ธุรกิจเพื่อสุขภาพ" อลีบาบาก็เห็นลู่ทางนี้เช่นกัน จึงจัดแจงเข้าไปลงทุนในเว็บไซต์ 95095.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายเดียวในจีนที่สามารถขายยาออนไลน์ได้อย่างถูกกฎหมาย จากนั้นกลางปี 2015 ที่ผ่านมาจึงเกิดเป็นเว็บไซต์ "อลีเฮลท์" Alihealth.cn ซึ่งก็มีชื่อภาษาจีนว่า "เจี้ยนคัง (*** Jiankang)" ที่แปลว่า สุขภาพดี นั่นเอง
    
ที่เว็บไซต์แห่งนี้ได้เจาะกลุ่มโรงพยาบาลขนาดเล็กที่ไม่ได้มีเงินพอจะลงทุนระบบบริการจองคิวคนไข้ของตัวเองกว่า180,000แห่งให้มาใช้ระบบจองคิวหมอของที่นี่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย(จุดนี้อลีบาบาได้เข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพมหาศาลของลูกค้า)เมื่อพบหมอเสร็จแล้ว สามารถเอาใบสั่งยาของแพทย์สั่งซื้อยาออนไลน์ให้มาส่งถึงบ้านได้เลย (อนาคตจะเพิ่มความสามารถของการแข่งขันราคาของร้านค้ายาแต่ละร้านเพื่อให้ได้ราคาถูกที่สุด และส่งถึงมือคนไข้ไวที่สุด) และล่าสุดได้พัฒนาแอพบนมือถือให้มีฟีเจอร์โทรศัพท์คุยกับหมอได้ฟรี 1 ชั่วโมงด้วย
    
ทั้ง 7 ธุรกิจข้างต้นทำให้คุณเห็นแล้วว่าอนาคตของอลีบาบาไม่ได้หยุดแค่การซื้อขายของเท่านั้น แต่เตรียมเข้าไปแทรกซึมในทุกจังหวะชีวิตของคนจีนรุ่นใหม่ และที่สำคัยคือพยายามทำให้ทุกธุรกิจของตนสามารถเชื่อมโยงเข้าหากัน และหาวิธีสร้างรายได้ใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง (คล้าย ๆ กับแนวคิดของเครือทรูที่เรียกว่า คอนเวอร์เจนซ์ (Convergence) นั่นเอง

ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2559

แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจ หรือ http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1465294388

 


 
ข่าวและกิจกรรมอื่นๆ
 
กิจกรรมประชุมสัญจรและบำเพ็ญประโยชน์สู่สังคมประจำปี 2559
กิจกรรมประชุมสัญจรและบำเพ็ญประโยชน์สู่สังคมประจำปี 2559
 
 
 
STYLE OCTOBER 2018
STYLE OCTOBER 2018
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย กำหนดจัดงานแสดงสินค้า STYLE OCTOBER 2018 ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา